รสชาติมันเปลี่ยนกันได้

วันศุกร์, พฤษภาคม 26, 2549

จาวาตอนที่ 1 HelloWorld

วันนี้มาเริ่มโปรแกรมแรกกันเลยดีกว่าคนที่เริ่มเรียนจาวาจะต้องผ่านการ coding โปรแกรมนี้มาก่อนแทบทั้งสิ้น
ต้องเข้าใจกันก่อนว่าโปรแกรมที่ใช้เขียนจาวานั้นมีหลายตัวเหลือเกิน(IDE)ผมชอบอยู่ตัวหนึ่งมันชื่อว่า JLAB version 6.06.06ที่มา http://www.cp.eng.chula.ac.th/~somchai/JLab
โดยคุณ สมชาย ประสิทธิ์จูตระกูล
เป็นของคนไทยใช้งานง่ายมากและรวดเร็วทีเดียวรู้สึกว่าจะใช้ delphi ในการสร้างโปรแกรมนี้ขึ้นมา
สร้างไฟล์ขึ้นมาไฟล์หนึ่ง
็ำ
โดยไปที่เมนู file-->New-->Application สร้่าง class ว่า HelloWorld ต้องใส่ตัวอักษรตัวแรกเป็นตัวใหญ่นะครับไม่งั้นโปรแกรมจะให้ใส่ใหม่
----------------------------------------------------------------------
ข้างในมี code ประมาณนี้

import jlab.JLabIO;
import jlab.graphics.*;

public class HelloWorld {

// main method อันนี้เป็น comment มันจะไม่นำไป compile
public static void main(String[] args) {
//add your code here อันนี้เป็น comment มันจะไม่นำไป compile
System.out.println("Hello,World Java");

}
}
-----------------------------------------------------------------------------------------------
เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

ทำการ compile โดยกด F7 หากไม่มีอะไรผิดพลาดโปรแกรมจะขึ้นคำว่า Jlab ที่พาเนลล่างสุด หากเกิด Error โปรแกรมจะแสดงข้อความ Error ให้ทราบและบอกว่ามาจากบรรทัดไหน
เมื่อ compile ผ่านแล้วกด F5 เป็นการรันเพื่อดูผลที่เกิดขึ้น
จะได้หน้าตาประมาณนี้

-----------------------------------------------------------
Hello,World Java


สุดท้ายก็ต้อง JAVA

หาภาษาที่จะเขียนโปรแกรมมาหลายเดือนอยู่เหมือนกัน สุดท้ายก็ลงท้ายที่ Java โดยดูจากข้อมูลต่าง ๆ ทั้งจาก sourceforge ,freshmeat ดูแล้ว java จะมีโปรเจคมากที่สุด ที่น่าสนใจก็คือมันมี tools ต่าง ๆ รองรับอย่างดีเยี่ยม เช่น eclise,netbeans สำหรับ IDE argoUML สำหรับ gencode หรือถ้ารอไหวก็ต้อง netbeans 5.5 มี ตัว generate code ให้อัติโนมัติ เหมาะกับการทำงานในแบบสมัยใหม่เป็นอย่างยิ่ง
และตัวโปรแกรมที่เขียนจาก Java นั้นดูเหมือนว่าจะซับซ้อนมาก แต่เมื่อดูคุณภาพของโปรแกรมที่ออกมาต้องยอมรับว่า เยี่ยมเลยทีเดียว เคยลองเอา source code ของ hospital OS มานั่งไล่ดูต้องยอมรับว่าปวดหัวมาก ๆ เพราะว่ามันไม่มีแผนผังแสดงหลักการทำงานของโปรแกรม นอกจากตัว code และตัวฐานข้อมูลต้องนั่งไล่เอง
ถือว่าต้องมีประสบการณ์ทางด้านนี้มามากพอสมควรจึงจะเข้าใจตัว code นี เลยค้นหาวิธีการเขียนภาษา Java จาก มหาลัยที่เคยเรียนได้มาประมาณ 100 หน้านั่ง coding อยู่ได้ 2 เดือนพอจะเข้าใจว่าอะไรเป็นอะไรแล้ว
คิดว่าต่อไปจะเขียนเรื่อง Java เป็นหลัก จะเอาดีทางด้านการเขียนโปรแกรมชักจะเบื่องานที่ทำอยู่พอสมควร แต่ถ้าไม่ทำต้องอดตายแน่เลย
ยังไงก็ต้องลองดูกันซักตั้งละ

วันจันทร์, พฤษภาคม 22, 2549

สวัสดีโจรชากกระเป๋า

เด๊ยวนี้มันมีมากพอ ๆ กับเซเว่น ที่เดียวมีทุกซอย คนไทยจะอยู่กันยังไงฟะ ตูละเบื่อ

วันพฤหัสบดี, มีนาคม 23, 2549

จะใช้ OS อะไรดีหนอ

มองดูอนาคตต่อไปจากนี้ว่า ควรเลือกใช้ OS ตัวไหนเป็นหลักดีเพราะตอนนี้มีให้เลือกแล้วอย่างน้อย 3 ตัว
1.Microsoft windows ( Close Source + คนใช้เป็นจำนวนมาก)
2.Linux (Opensource + กำลังมีคนใช้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ )
3.Apple Mac(Close source แต่อาจจะมี Open บ้างเมื่อต้องสู้กับ windows เพราะว่ามันสามารถรันบน
Hardware แบบเดียวกันได้แล้ว (intel)

อนาคตคือสิ่งไปได้

วันอังคาร, มีนาคม 21, 2549

compile kernel บน freebsd

1.ใช้ sysinstall
2.เลือก configure
3.เลือก Distributions
4.เลือก src
5.เลือก sys
เสร็จการติดตั้ง source เพื่อ compile ต่อไป

ติดตั้ง mysql50-server บน freebsd 6.0

cd /usr/ports/databases/mysql50-server

make install clean

mysql_install_db

chown -R mysql /var/db/mysql/

chgrp -R mysql /var/db/mysql/

/usr/local/bin/mysqld_safe -user=mysql &

เป็นอันเสร็จสิ้น

ทำ nat เพื่อให้เครื่องลูกใช้ internet ได้ผ่าน freebsd

ไปที่ /etc/rc.conf
#vi rc.conf
พิมพ์เพิ่มลงไป

firewall_enable="YES"
firewall_type="OPEN"
firewall_quite="YES"
natd_enable="YES"
natd_interface="rl0"
natd_flags="-s -u -m"


#cd /usr/src/sys/i386/conf
#cp GENERIC GATEWAY
#vi GATEWAY
(แก้ไขบรรทัดที่มีข้อความว่า ident GERNERIC เป็น
ident GATEWAY

options IPFIREWALL
options IPFIREWALL_FORWARD
options IPFIREWALL_DEFAULT_TO_ACCEPT
options IPFIREWALL_VERBOSE
options IPFIREWALL_VERBOSE_LIMIT=120
options IPDIVERT


cd /usr/src/sys/i386/conf
config
GATEWAY
cd ../compile/GATEWAY
make depend ; make; make install

reboot

วันจันทร์, มีนาคม 20, 2549

path ส่วนต่าง ๆ ที่สำคัญของ apache2 เมื่อติดตั้งผ่าน ports ทั่ว ๆไป

path ในการสั่ง start
/usr/local/sbin/apchectl start

path สำหรับเก็บ documentroot
/usr/local/www/data/

path ในการแก้ค่า httpd.conf
/usr/local/etc/apache2/httpd.conf

ติดตั้งโปรแกรมผ่าน ports แล้วเน็ตหลุด

ติดตั้งไปได้ 60% netf มันดันหลุดไปต้อง connect แล้ว make ต่อ ปรากฏว่าไม่สามารถ make ต่อได้ ตัว freebsd 6.0 พยายามหา host เพื่อจะ download package ที่ขาดหายไป รู้สึกว่ามันนานมากเลยลองไล่ดูจาก
/usr/ports/diskfile/
ปรากฎว่ามันมี package ที่เคยดาวน์โหลดมาค้างอยู่มันไม่ได้ลบตอนเน็ตหลุดไป ลองลบออกแล้ว สั่ง make ใหม่ใช้ได้

ติดตั้ง php5 บน freebsd 6.0

เมื่อติดตั้ง apache2 เรียบร้อยแล้ว
สำหรับ opensource แล้วสิ่งที่ขาดไม่ได้คือ php ซึ่งขณะนี้เป็น version 5 ไปแล้ว
สามารถติดตั้งผ่าน ports ได้เลยเหมือนกัน
#cd /usr/ports/lang/php5
make install clean
เลือกสิ่งที่ต้องการติดตั้งเพิ่มเติมเป็นอันเรียบร้อย

putty และ winscp

สิ่งที่จำเป็นสำหรับการ remote จาก windows ไปยัง linux
putty และ winscp

ติดตั้ง ports บน freebsd 6.0

หากต้องการ ports โดยตรงจาก ftp site โดยไม่ต้องใช้แผ่นสามารถดาวน์โหลดได้ที่
ftp://ftp.freebsd.org/pub/FreeBSD/releases/i386/6.0-RELEASE/6.0-RELEASE/6.0-RELEASE/ports/
เอามา 2 ไฟล์แล้วใช้ winscp upload ลงไปที่ไหนก็ได้เอางานสุดไปไว้ที่ tmp
ได้แก่ไฟล์ install.sh และ ports.tar.tgz
ทำการสั่งรันด้วยคำสั่ง
chmod 700 install.sh
./install.sh
รอสักครู่เป็นอัน ตอนนี้ก็สามารถติดตั้งผ่าน ports ได้เหมือนกัน

ว่าด้วยเรื่องของ squid บน ubuntu-server

หากต้องการติดตั้ง squid บน ubuntu-server 5.10 นั้นจะมีปัญหาเรื่องของ hostname จำเป็นต้องเพิ่มลงไป
ในไฟล์ squid.conf และจำเป็นต้อง start bind9 ก่อนเพื่อให้เครื่องลูกสามารถเข้าเว็บได้โดยพิมพ์ชื่อแบบปกติได้ ไม่อย่างนั้นเครื่องลูกต้องพิมพ์ไอพีแอดเดรสแทนชื่อปกติ

ติดตั้ง freebsd 6.0

ดาวน์โหลด freebsd 6.0 มาใหม่ ๆ สด ๆ ร้อน ๆ เลยทีเดียว
ติดตั้งตามปกติโดยเลือกแบบ minimal แล้วติดตั้ง packages ของ ports เพิ่มเติม เพื่อใช้ ports ในการติดตั้ง program ต่าง ๆ ไม่ชอบใช้การ compile จาก source เองเท่าไหร่ เพราะขี้เกียจตามหา packages
ลองติดตั้ง mysql50-server มันพยายามไปหาตัว 5.0.7 beta อยู่ตั้งนานทำยังไงก็ไม่ได้ซักที
เลยต้องทำการ upgrade ports ให้เป็นตัวใหม่ด้วยคำสั่ง
# /etc/local/bin/./cvsup /usr/share/examples/cvsup/ports-supfile -h cvsup.freebsd.org
# cd /usr/ports
#make fetchindex

แล้วค่อยติดตั้งโปรแกรมจาก ports ปกติ

วันศุกร์, กุมภาพันธ์ 24, 2549

การเมืองเป็นเรื่องของผลประโยชน์

ได้ฟังอาจารย์ท่านหนึ่งมาว่า นักการเมืองทำไมถึงอยากจะเป็นรัฐมนตรี ท่านบอกไว้อย่างนี้
เมื่อนักการเมืองเข้ามาเล่นการเมืองแล้ว พอมีเงินสิ่งที่อยากจะได้ต่อไปคือ บารมี (อำนาจนั่นแหละ)
ทำไมนะหรือครับ เพราะว่าใครก็ตามที่เป็นรัฐมนตรีเมื่อพ้นจากตำแหน่งไปแล้ว สิ่งที่เหลืออยู่ก็คือบารมีนี่ละ
สามารถที่จะเอาไปใช้ที่ไหนก็ได้ในโลกนี้ ที่รู้จักประเทศไทย เพราะว่าคนต่างประเทศจะให้ความเกรงใจหรือให้เครดิต อันเนื่องมาจากการได้เป็นรัฐมนตรี
ทำให้มีลู่ทางทำมาหากินได้มากกว่าชาวบ้านทั่ว ๆ ไป หลายเท่า ใครก็ตามที่ยังรวยไม่พอจะใช้หนทางนี่ละในการสร้างความรวยให้กับตัวเองต่อไป เพราะสามารถรู้ได้ว่า
ธุรกิจอะไรสามารถทำกำไรได้มาก รู้ข้อมูลเชิงลึกในการประกอบอาชีพ ก็เลยฟันธงไปเลยว่า
ทุกอย่างคือเรื่องของผลประโยชน์

วันอาทิตย์, กุมภาพันธ์ 12, 2549

เลือกภาษาและดาต้าเบสตัวไหนดี

ทำไมภาษาในการเขียนโปรแกรมมันมากมายอย่างนี้หนอ จะเลือกอันไหนดี ปวดหัวเหลือเกิน ตอนนี้มีอยู่ในเครื่องคอมของตัวเองประมาณ
ภาษา C++ ,basic,perl,python,java,C#,smalltalk,Delphi
IDE สำหรับทดลองที่มีอยู่ในเครื่อง
1.visual C# express edition 2005
2.visual Basic .net express edition 2005
3.visual C .net Express edition 2005
4.netbeans 5.0
5.eclise 3.1.2
6.oracle jdeveloper
7.jlab 6 ของจุฬา ใช้ได้เลยทีเดียว
8.dev C++ 4.9.92
9.SharpDevelop 2.0 Beta
ส่วน database
1.Mysql
2.postgresql
3.oracle เครื่องเอาไม่อยู่ ลบทิ้งแล้ว
4.MS SQl server express edition

ตอนนี้กำลังลองตัว visual C# เพราะโอกาสที่จะถูก port ไปใช้บนลีนุกส์มีโอกาสเยอะมาก เพราะว่ามีโครงการที่ชื่อว่า Mono ที่คอยดูแลเรื่องนี้อยู่
Java ให้พูดกันจริง ๆ ต้องเก่งภาษาอังกฤษให้มากเพราะว่า Text มีให้อ่านเยอะมากถึงมากที่สุด ไม่ชอบตรงที่มันช้า ยิ่งเครื่องไม่แรงแทบถอดใจเลิกใช้ไปเลย
ส่วนฐานข้อมูลกำลังคิดว่าถ้าใช้เป็นทั้งหมดมันน่าจะดีสุด ๆ ไปเลย
คำว่าเขียนโปรแกรมเป็น กับเขียนโปรแกรมได้นี่มันต่างกันจริง ๆเลย
ส่วนตัวแล้วการเขียนโปรแกรมมันง่าย แต่การทำให้ออกมาแล้วสามารถขายได้หรือว่าปล่อยให้คนอื่นใช้นี่มันยากกว่ามาก ๆ
คำว่าความคิด(idea) นี่มันต้องเอาส่วนไหนคิดมันถึงจะบรรเจิดเลิศหรูอลังการ เหมือนที่คนเก่ง ๆ เขาคิดออกมาใครบอกได้ช่วยบอกที